RSS

เลือกอย่างงี้ ก็แล้วกัน (ตอน 2)

27 ก.พ.
เรื่องที่ผมจะดูเป็นอันดับสองนี่ เป็นอย่างนี้เลยครับ
 
คือ ต้องดูอาคาร-สถานที่ ว่าเป็นไงบ้าง ซึ่งถ้าจะให้ดีควรฟังคนอื่นซัก 20 % และใช้วิธีดูด้วยตาของเราเองซัก 80% ดูซัก 3-4 หน หลายๆ ช่วงเวลา (ทำยังกะเตรียมการปล้นใหญ่) โดยถ้าเป็นผมนะพี่ ผมจะดูที่ :
 
สองจุดหนึ่ง ดูห้องเรียนว่ามีขนาดใหญ่พอกับจำนวนเด็กไหม ซึ่งไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก แต่ต้องไม่เล็กขนาดลูกชายสุดหล่อของเรา ต้องนั่งเกือบชิดต้นขาของคุณครูคนสวย

พร้อมทั้งต้องดูว่ามีตู้เก็บข้าวของและอุปกรณ์การเรียนเรียบร้อยมั้ย มีชั้นเก็บหนังสือ ที่นอน หมอน มุ้ง หรืออื่นๆ เป็นที่เป็นทางไหม ไม่ใช่เอาไปกองรวมกันไว้ที่พื้นหลังห้อง ไว้ให้เซียนประจำห้องขึ้นไปปีนเล่น

หมอดูข้างบ้านเคยบอกว่า ห้องเรียนบางแห่ง ดูดีมากเลย แต่ระเบียงทางเดินเหม็นกลิ่นรองเท้าเด็กที่วางอยู่หน้าห้อง แบบเหม็นมาก ถึงมากที่สุด เพราะฮวงจุยของห้องไม่ดี อยู่ในมุมอับ การระบายอากาศไม่ดี

หมอดูคนเดิมพูดเสริมว่า ถ้าเป็นอย่างงี้ เวลาที่จำเป็นต้องเข้าแถวหน้าห้องในตอนเช้า ฝูงยุงจะรังแกลูกรักของเราอย่างแน่นอน ดังนั้น อาจสังเกตโดยใช้หลักโหราศาสตร์ว่า กลิ่นอับของรองเท้าเป็นดัชนีชี้วัดถึงปริมาณยุง…

ผมว่า โธ่ก็แค่ยุงนิดหน่อย

ถ้ายุงอยู่หน้าห้องเรียนได้ ยุงก็จะเข้าไปในห้องเรียนได้ แล้วยุงก็จะคอยกินเลือดหวานๆ ตอนลูกนอนกลางวัน ไงเล่า…

หมอพูดด้วยเสียงอ่อนใจ

 
สองจุดสอง ห้องเรียนเด็กอนุบาลควรมีหน้าต่างเยอะๆ สำหรับไว้ให้แม่แอบดูลูกสุดที่รัก และไว้สำหรับพ่อ แอบมองครูคนสวย (อันนี้หมอดูข้างบ้านพูด-ผมไม่เกี่ยว)
ซึ่งทั่วไป ครูมักจะรู้แกว เลยเอาใบงานของเด็กมาแปะไว้ เพื่อกันสายตาเจ้าชู้ของหมอ โดยอ้างเป็นนัยว่า เอาไว้โชว์ผลงานของลูกๆ

 
สองจุดสาม นอกจากห้องเรียนหลักแล้ว ควรมีห้องเฉพาะเช่น ห้องดนตรี ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องซาวด์แล็ป ห้องคอมพิวเตอร์ เพื่อความครบถ้วนในขบวนการเรียนรู้ตามวัยอันควร ไม่ใช่ทุกอย่างเหมารวมอยู่ในห้องเดียวหมด

หมอดูข้างบ้าน (ก็มีคนเดียวนี่แหละพี่) บอกว่า ในระหว่างที่เด็กไปย้ายไปเรียนในห้องประกอบการ จะเป็นเวลาทองในการเก็บกวาดทำความสะอาดห้องของแม่บ้าน และคุณครู พร้อมทั้งเป็นเวลาเอนหลัง และแอบงีบเล็กๆ ของครู (หากไม่มีกล้องวงจรปิดของฝ่ายวิชาการ คอยส่องดู)

สองจุดสี่ ห้องน้ำ-ห้องส้วม เยอะพอไหม ไกลเกินไปไหม ไม่เน้นใหม่ แต่เน้นสะอาด ถ้ามีพื้นที่เปียก-แห้ง อย่างชัดเจนก็จะดีมาก เพราะลูกๆ ของเรา มักจะเข้าห้องน้ำเป็นกลุ่มๆ รองเท้าแตะที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย มักไม่เพียงพอ เด็กๆ จึงมักเข้าห้องน้ำพร้อมถุงเท้า แต่ไม่ยอมสวมรองเท้า

หมอดูข้างบ้าน บอกว่าถุงเท้าที่อับชื้น จะเป็นสาเหตุให้เด็กเป็นโรงผิวหนัง ผด ผื่น คันตามง่ามมือ ง่ามเท้า และในร่มผ้า (ผมว่า ที่หมอพูดคล้ายๆ กับสปอตขายยาในวิทยุยามบ่าย ไงก็ไม่รุ)

 สำหรับข้อสองจุดห้า…

 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: