RSS

เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3

ข้อสอบฉบับนี้ หากเรียกจริงๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นการสอบประจำปี 2554

แต่น้ำ(ดัน)ท่วมใหญ่ซะก่อน จึงเลื่อนไปสอบกันตอนต้นปี 2555

ส่วนจะเรียกว่า เป็นข้อสอบ ปี 2554 หรือ 2555 ก็สุดแล้วแต่…นะพี่นะ

 ———————————————————————————————————-

ได้ลองเขียนใหม่โดยใช้โปรมแกรม joomla เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

เชิญแวะลองอ่านที่ www.sarnseri.com นะครับ

ซึ่งมีอยู่ หลากหลายเรื่อง ทั้งเรื่องคณิต วิทย์ สอบเข้า ม.1 และอื่นๆ

แต่หากอยากอ่านหน้าที่เป็นเฉลยวิทย์โดยตรง  ก็ลองแวะเข้าไปอ่านดูตามนี้นะครับ

http://www.sarnseri.com/index.php/เรื่องเรียน/วิทยาศาสตร์/9-เฉลยข้อสอบ-สสวท-วิทยาศาสตร์-ป-3

ซึ่งตอนนี้ เขียนเฉลยแบบละเอียด(ยิบ) ไปหลายข้อแล้ว

อ่านเสร็จ ชอบ ไม่ชอบอย่างไร วานบอก…..

 

Read the rest of this entry »

 
13 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 28, 2012 in เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท.

 

ป้ายกำกับ: ,

เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 (ข้อ 1)

1.ลักษณะพันธุกรรมของครอบครัวหนึ่ง ปรากฏดังข้อมูลในตารางด้านล่างนี้

ลักษณะ บุคคลในครอบครัว
ปู่ ไม่มีติ่งหู
ย่า มีติ่งหู
ตา มีติ่งหู
ยาย ไม่มีติ่งหู
บิดา มีติ่งหู
มารดา มีติ่งหู
ลูกชาย ไม่มีติ่งหู

จงอธิบายตามหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมว่า เพราะเหตุใด ลูกชายของครอบครัวนี้จึงไม่มีติ่งหู เหมือนบิดาและมารดา

1. ลักษณะการมีหรือไม่มีติ่งหูอาจเกี่ยวข้องกับเพศ
2. ไม่มีการถ่ายทอดลักษณะ “ไม่มีติ่งหู” จากปู่มาสู่บิดา จากยายมาสู่มารดา
3. ลักษณะ “ไม่มีติ่งหู” เป็นลักษณะด้อย บุตรได้รับการถ่ายทอดจากบิดาและมารดา
4. ลักษณะติ่งหูของบิดาได้รับการถ่ายทอดมาจากย่าเท่านั้น ไม่ได้รับมาจากปู่

มาดูเฉลย ฉบับคลายเศร้ากันนะครับ

 
3 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 28, 2012 in เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท.

 

ป้ายกำกับ: ,

เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 (ข้อ 1-ต่อ)

ความรู้ที่ควรมี ในการทำข้อสอบข้อนี้ ต้องรู้ว่า…

ความรู้ข้อที่หนึ่ง…รุ่นสู่รุ่น

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ก็คือการ ถ่ายทอดลักษณะบางอย่างจากรุ่นบรรพบุรุษ ไปสู่รุ่นลูกหลาน ซึ่งบางที ลักษณะบางอย่าง อาจไม่ปรากฏที่รุ่นลูก แต่อาจปรากฏที่รุ่นหลานก็ได้

โดยเบื้องต้น เราต้องรู้คำศัพท์ 2 คำ คือ ลักษณะเด่น และลักษณะด้อย

เราต้องรู้ก่อนว่า คนที่มีตาสองชั้น แม้ว่าจะดูสวย แต่ในทางวิทยาศาสตร์ เค้าถือว่า การมีตาสองชั้น เป็นลักษณะด้อยนะครับพี่

ส่วนในทางกลับกัน คนมีลักยิ้ม ที่ปกติจะดูดีกว่าคนไม่มีลักยิ้ม ในทาง วิทยาศาสตร์ เค้าก็ถือว่า การมีลักยิ้ม เป็นลักษณะเด่น ไม่ใช่ลักษณะด้อย

คนบางคน ที่ดูสวย อาจจะประกอบไปด้วยลักษณะด้อย จำนวนมากก็ได้ (ฮึ…สม!)
ส่วนคนที่ไม่สวย (ไม่ต้องหันไปมองหาคนอื่น…) อาจเป็นคนที่มีแต่ลักษณะเด่นก็ได้

ดังนั้น คำว่าลักษณะเด่น ไม่ได้หมายความว่า “เด่น” คือ “สวย หรือหล่อ”
ทำนองเดียวกัน คำว่า”ด้อย” ก็ไม่ใช่หมายถึง “ไม่สวย หรือมีปมด้อย”

หากอยากจะท่องเล่นๆ ก็อาจท่องว่า…

ด้อยคือ “ติ่งหูไม่มี แต่ตามีสองชั้น มีขวัญเวียนซ้าย ห่อลิ้นไม่ได้ ไม่มีลักยิ้ม”
(จริงๆ มีอีกเยอะแยะเลยครับพี่ ซึ่งเด็กๆ เค้าจะรู้มากกว่าเราๆ อยู่แล้ว)

บันทึกระหว่างบรรทัด : ในตอนเด็กนะครับพี่ ผมพยายามเอานิ้วจิ้มแก้มตัวเองอยู่หลายเดือน แต่จนแล้วจนรอด แก้มก็ไม่ยอมบุ๋ม เป็นรอยลักยิ้มเหมือนพี่ชายซักที

วันหนึ่งแม่ผู้ไม่มีลักยิ้ม(แต่สวย) เห็นเข้า ก็หัวเราะไม่หยุด แล้วบอกว่าของพวกนี้ มันแล้วแต่บุญทำกรรมแต่งนะลูก…

เวลาผ่านไปหลายปี ผมจึงรู้ว่าเจ้าบุญทำกรรมแต่งนี่ ก็คือ พันธุกรรม นี่เอง

ว่าแต่ว่า ผมอธิบายไปถึงไหนแล้วครับพี่…

 
 

ป้ายกำกับ: ,

เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 (ข้อ 1-ต่อ)

มาดูกันต่อ นะครับ..

ความรู้ข้อที่สอง…เด่นข่มด้อย

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมไปสู่ลูก จะเป็นการถ่ายทอดจากทั้งพ่อ และแม่ไปยังลูก ไม่ใช่รับจากพ่อคนเดียว หรือรับจากแม่คนเดียว

การที่มีลักษณะบางอย่างไม่เหมือนพ่อ ไม่ได้หมายความว่า ไม่ได้รับการถ่ายทอดจากพ่อ

จริงๆแล้ว ลูกจะได้รับ ทั้งลักษณะเด่น-ด้อยมาจากทั้งพ่อและแม่ แต่ลักษณะเด่นเท่านั้น จะเป็นลักษณะที่แสดงออกมา หรือเรียกว่า “เด่นข่มด้อย”

บางทีลูกมีตาสองชั้น ที่สวยเหมือนแม่ โดยไม่ได้รับตาชั้นเดียว ขี้เหร่ๆมาจากพ่อ
ไม่ได้หมายถึงว่า ลูกไม่ได้รับการถ่ายทอดมาจากพ่อ

เพียงแต่พ่อขี้เหร่รายนี้ มีต้องมีลักษณะตาสองชั้นแฝงอยู่ แต่ถูกลักษณะตาชั้นเดียวที่เด่นกว่าข่มไว้

พอมีลูก ลักษณะด้อยแบบ ตาสองชั้น ก็ปรากฏขึ้น
ทำให้ลูกอาภัพคนนี้ ต้องได้รับลักษณะด้อยมาจากทั้งพ่อและแม่ จึงจำต้องมีตาสองชั้น ตามลิขิตแห่งสวรรค์ไปตลอดชีวิต…

ที่นี้มาดูที่ช้อยส์ ของคำถามข้อแรกกัน…

 
1 ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 28, 2012 in เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท.

 

ป้ายกำกับ: ,

เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 (ข้อ 1-ต่อ)

ดูตัวเลือกคำตอบข้อ 1. ที่ว่า “ลักษณะการมีหรือไม่มีติ่งหูอาจเกี่ยวข้องกับเพศ”

คำตอบข้อนี้ ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรมาก นอกจากดูที่ตารางที่โจทย์ให้มา จะเห็นได้ว่า

ผู้ชาย คือปู่ ซึ่งไม่มีติ่งหู แต่ตา กับบิดา เป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่กลับมีติ่งหู
ส่วนหญิง คือ ย่า มีติ่งหู แต่ยาย กับแม่ ไม่มีติ่งหู

แสดงว่า มีติ่งหู หรือไม่มีติ่งหู ไม่ได้เกี่ยวกับเพศ

คำตอบข้อนี้ จึงน่าจะผิด

 

ดูตัวเลือกคำตอบข้อ 2. ที่ว่า “ไม่มีการถ่ายทอดลักษณะ “ไม่มีติ่งหู” จากปู่มาสู่บิดา จากยายมาสู่มารดา”

ติ่งหู เป็นการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การไม่มีติ่งหู ก็คือการถ่ายทอดแบบไม่มีติ่งหูมา ไม่ใช่ว่า ไม่ได้รับการถ่ายทอด

คำตอบข้อนี้จึงน่าจะผิด

 

ตัวเลือกคำตอบข้อ 3. ลักษณะ “ไม่มีติ่งหู” เป็นลักษณะด้อย บุตรได้รับการถ่ายทอดจากบิดาและมารดา

ข้อนี้แหละครับ ที่น่าจะถูก โดยไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม เพราะได้โม้ไปหมดแล้ว…

 

ตัวเลือกคำตอบข้อ 4. ลักษณะติ่งหูของบิดาได้รับการถ่ายทอดมาจากย่าเท่านั้น ไม่ได้รับมาจากปู่

การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม จะมาจากทั้งสองคน ถึงแม้ว่าบางที อาจไม่เหมือนพ่อ แต่เหมือนแม่ ก็ไม่ได้หมายความว่า ได้รับการถ่ายทอดจากแม่คนเดียว

จริงๆ แล้ว ถ่ายทอดมาจากทั้งสองคน เพียงแต่ลักษณะด้อย จะถูกลักษณะเด่นข่มไว้…
คำตอบข้อนี้ จึงน่าจะผิด

เพราะฉะนั้น คำตอบข้อ 3 จึงน่าจะถูกต้องที่สุด

 

 

ที่นี้มาดูคำถามข้อที่ 2. กัน นะครับ…

รำพึงท้ายข้อ : การเขียนอธิบายแบบนี้ ยากกว่าที่คิดเยอะเลยครับพี่…

 
 

ป้ายกำกับ: ,

เฉลยวิทยาศาสตร์ สสวท. ป.3 (ข้อ 2)

ที่นี้มาดูคำถามข้อที่ 2. กัน นะครับ…

2. ลักษณะสำคัญของต้นผักบุ้งที่ทำให้ผักบุ้งสามารถมีการปรับตัวให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตอยู่ในน้ำคืออะไร

1. มีรากฝอยอยู่รวมกันเป็นกระจุก ช่วยพยุงลำต้นให้ลอยน้ำ
2. มีนวมหุ้มเป็นระยะๆ เกือบทุกปล้องรอบลำต้นจึงช่วยให้ลอยน้ำ
3. มีน้ำหนักเบา เพราะส่วนของลำต้นที่อยู่ระหว่างข้อเป็นปล้องกลวง
4. มีโพรงอากาศแทรกที่บริเวณใบทุกใบ ทำให้มีน้ำหนักเบา

 

ข้อสอบข้อนี้ จะว่าง่าย ก็ง่าย จะว่ายาก ก็ยาก
เนื่องจากเป็นคำถามในลักษณะ “รู้หรือไม่รู้”

หากลูกของเรา ไม่รู้จักต้นผักบุ้งสดๆ ก็คงเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เว้นแต่จะเคยอ่าน หรือคุณครูเคยสอนมาก่อน

แต่หากพอจะรู้จักต้นผักบุ้งสดบ้าง เคยจับๆบ้าง เคยช่วยแม่เด็ดผักบุ้งบ้าง ข้อนี้น่าจะได้คะแนนแบบฟรีๆ

วันไหนว่างๆ ลองให้เด็กๆ เป็นลูกมือในครัวบ้าง ก็เข้าที นะพี่…

และเพื่อให้การเฉลยมีแหล่งอ้างอิงตามหลักวิชาการบ้าง จึงต้องสอบถาม พี่รถขายผัก ที่แวะเวียนมาขายแถวบ้านทุก จันทร์ พุธ ศุกร์

ได้ความรู้ดังนี้ครับพี่….

 
 

ป้ายกำกับ: ,

ครน. คืออะไร…ใครรู้บ้าง

 
 Q: ครน. คืออะไร
 
(ผมลองเขียนด้วยโปรมกรม joomla เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น ลองแวะเข้าไปอ่านที่
 
 
 
 A: ครน. คือ ตัว “คูณ ร่วม น้อย” ซึ่งอาจแปลได้ว่า
 ผล ”คูณ” ที่มีค่า “น้อย”ที่สุด ที่เหมือนกัน (หรือเรียกว่า “ร่วม” กัน)
 
Q: เป็นคำแปล ที่น่างงมาก ถึงงงที่สุด
 
A: งั้น ต้องยกตัวอย่างที่เป็นตัวเลขดู เช่น ตัวเลข 4 กับ ตัวเลข 6
 
Q: จะหา ครน. ของ 4 กับ 6 ?
 
A: โดยวิธีบ้าน ๆ เราก็… Read the rest of this entry »
 

ป้ายกำกับ: ,

 
%d bloggers like this: